Palapanyo News

Syndicate content
การได้รับใช้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า นับเป็นวาสนาอันสูงสุดในชีวิต
Updated: 3 min 11 sec ago

บทที่ ๑๙๔

12 hours 46 min ago

กายนี้เวลาเกิดมาก็ไม่ได้เอามาเวลาตายไปก็ไม่ได้เอาไป
เป็นดินน้ำไฟลมของโลกมาประกอบเพื่ออาศัยใช้ชั่วคราว
ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าไม่มีตัวเราของเราเป็นเพียงธาตุของโลก
เมื่อจิตวิญญาณมาเกิดในโลกมนุษย์ย่อมนำธาตุของโลกมาประกอบ
จิตวิญญาณมาอาศัยเพื่อเป็นเครื่องมือใช้งานในโลกมนุษย์
เมื่อใดที่หมดเวลาในโลกมนุษย์ก็ทิ้งร่างกายซึ่งเป็นเครื่องมือไว้
ย่อมสมมุติกันว่าตาย แท้จริงไม่มีใครตายเป็นเพียงทิ้งเครื่องมือไว้
เมื่อบุคคลกินข้าวย่อมหยิบเอาช้อนมาใช้งานเมื่อเลิกกินก็ทิ้งช้อนเอาไว้
ช้อนเป็นเครื่องมือสำหรับใช้งานเมื่อเลิกใช้งานก็ทิ้งเอาไว้ตรงนั้น
เช่นเดียวกับจิตวิญญาณที่ทิ้งกายเอาไว้แล้วไปเกิดในภพภูมิอื่น

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๙๓

Thu, 2010-03-11 08:06

ผู้โลภมากในทรัพย์สินคือพวกบ้าหอบฟาง
ผู้โลภในชื่อเสียงเกียรติยศคือพวกติดใจเสียงกบเขียด
ผู้ไม่รู้อนิจจังเข้าใจว่าสมบัติในโลกมีอยู่จริง
ทั้งที่สิ่งทั้งปวงเป็นมายา
ล้วนผ่านมาผ่านไปไม่มีใครเอาไปเมืองผี
ล้วนแต่เป็นมายาภาพฉาบฉวย
หลงติดไปก็เพราะไร้ปัญญา
จะนำพาทุกข์เข็ญมาให้
มีอะไรมากมายไม่สู้อยู่อย่างมักน้อยสันโดษ
มีสมบัติกองท่วมหัวไม่สู้การประพฤติขัดเกลา
พวกมีสมบัติมากก็ยิ่งโหยหิว
อะไรก็เต็มได้แต่ตัณหาความอยากไม่มีเต็ม
โหยหิวกระหายอยากได้ไม่รู้จบไปจนตาย
ถ้าไม่รู้จักพอยิ่งมีมากก็ยิ่งเครียด
อยู่อย่างไร้ จะรู้สึกว่าเจอแก่นแท้ของชีวิต
รู้จักพอเพียง จะพบสุขอยู่แค่เอื้อม

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๙๒

Wed, 2010-03-10 08:04

ความสดชื่นรื่นเริงและความเศร้าโศกเสียใจนั้นเป็นมายา
บัณฑิตย่อมตั้งจิตเป็นกลาง
ไม่หวั่นไหวขึ้นลงต่อสถานการณ์ใดๆ
เป็นผู้ทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์อย่างซื่อสัตย์
มีความภาคภูมิใจที่ได้สร้างประโยชน์สุขแก่มวลชน
ไม่สนใจความมากน้อยของผลประโยชน์ตอบแทนส่วนตน
เป็นผู้มีสายตายาวไกลจึงคิดให้มากกว่ารอคอยรับผล
ผู้สร้างโลกจะเข้มแข็งขึ้นทุกวัน
ผู้เสพเสวยโลกจะอ่อนแอลงทุกวัน
อยู่ที่ใดก็ตามจึงคิดแต่จะให้ คิดแต่จะช่วยเหลือเกื้อกูล
สิ่งที่เราให้ออกไปนั่นแลมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ในใจของผู้มีศรัทธา
จงศรัทธาในความดีแล้วกระทำอย่าย่อท้อ
การได้สร้างประโยชน์ต่อผู้อื่นจะเติมเต็มใจของบัณฑิต

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๙๑

Tue, 2010-03-09 07:50

ตื่นเต้นอย่างมาก
เมื่อเรื่องตื่นเต้นผ่านไปจะรู้สึกเศร้าสร้อยอย่างแรง
ลิงโลดอย่างมาก
เมื่อเรื่องลิงโลดผ่านไปจะรู้สึกเหงาหงอยอย่างแรง
เป็นสุขอย่างมาก
เมื่อเรื่องเป็นสุขผ่านไปจะรู้สึกเป็นทุกข์อย่างแรง
ผู้ที่อยู่ในวิถีชีวิตที่บำรุงบำเรอตนอย่างยิ่งมิใช่จะดี
ธรรมชาติชีวิตของมนุษย์นั้นเหมือนสปริง
ยิ่งดึงออกไปยาวจะยิ่งหดเข้ามาอย่างแรง
ผู้มีชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมจึงเป็นโรคประสาทกันทั่วหน้า
อยู่อย่างพอเพียงมักน้อยสันโดษดีกว่า
เรียบง่ายจึงจะพบสุขเบาสบาย
ตื่นเต้นลิงโลดจะพบสุกเร่าร้อนแผดเผา
ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างธรรมชาติธรรมดาเป็นที่พอใจของบัณฑิต
มีมากก็รู้จักให้ทานออกไปบ้าง

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๙๐

Mon, 2010-03-08 08:04

ต้องมีเมตตาประกอบกับอุเบกขาจึงช่วยคนสำเร็จ
ถ้ามีแต่เมตตาจะตะบี้ตะบันช่วย
เขาจะระแวงถึงจุดประสงค์การช่วยของเราว่าต้องการอะไร
หรือมิเช่นนั้นก็เกินเลยกาลเทศะทำให้การช่วยไม่เป็นผล
จงรู้จักนิ่งวางเฉยเพื่อดูตาม้าตาเรือดูกาลเทศะ
จงรู้จักสงบนิ่งรอคอยโอกาสอันสมควรที่จะเข้าไปช่วย
คิดแต่จะตะบี้ตะบันช่วยจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
เขาไม่ต้องการกินข้าวเราไปเคี้ยวข้าวบ้วนใส่ปาก
เขาไม่ต้องการกลืนอาหารเราเอาไม้ไปกระทุ้งคอ
ทำอย่างนี้ก็ได้แต่เขาจะไปอ้วกทิ้ง
คิดช่วยใครต้องรู้จักนิ่งเฉยสงบรอคอยโอกาสอันเหมาะด้วย
จะปล่อยให้เมตตาออกไปทำงานส่งเดชไม่ได้
ต้องใช้อุเบกขาความวางเฉยไปกำกับมีปัญญาไปควบคุม

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๘๙

Sat, 2010-03-06 08:09

เวลามีปัญหาอะไรอย่าเพิ่งคิดให้ตัวเองกลุ้ม
เมื่อใจกลัดกลุ้มจะไม่มีแรงไปแก้ปัญหา
มีเรื่องราวอะไรขึ้นมาจงแก้ไขใจให้คลายทุกข์ก่อน
ใจที่ดีคือองค์ประกอบแรกในการแก้ปัญหาทั้งหลาย
ถ้ามีเครื่องมืออุปกรณ์ครบแต่ใจเสียหายจะทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้น
จงมองโลกในแง่ดีไว้ก่อนจะคลายกลุ้ม
ปัญหาทั้งปวงมีทางออกเสมอ
เดิมทีเวลาเกิดมาเราไม่ได้เอาอะไรมาเลย
เมื่อสูญเสียอะไรไปบ้างจงอย่าเห็นเป็นเรื่องใหญ่
เมื่อยามใกล้ตายขาสองแขนสองยังบังคับบัญชาไม่ได้
ฉะนั้นถ้าควบคุมบงการอะไรไม่ได้จงอย่ากลุ้มให้มาก
มีโอกาสได้สัมผัสสายลมแสงแดดก็ดีแล้ว
จะไปเอาอะไรให้มาก
จงทำจิตให้ผ่องใสแล้วทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๘๘

Fri, 2010-03-05 08:03

ทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน
คือไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง
เมื่อรักชอบมากจะสุดโต่งไปข้างหนึ่ง
ย่อมหวงแหนหมกมุ่นผูกรัด
เมื่อเกลียดโกรธมากจะสุดโต่งไปข้างหนึ่ง
ย่อมอาฆาตเคียดแค้นหวังทำลาย
ขณะที่อยู่ในอารมณ์รักมากและโกรธมากย่อมไม่สนใจเหตุผล
ขณะนั้นปัญญาย่อมดับถูกเก็บไม่ได้ใช้งาน
สุดโต่งทั้ง ๒ ข้างย่อมเป็นหนทางผิดพลาด
พระพุทธองค์ตรัสสอนให้หลีกเลี่ยง
ควรนำจิตเข้าสู่เส้นทางสายกลางอันประกอบด้วยสติและปัญญา
ไม่โอนเอนไปตามความชอบความชัง
ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์อย่างเต็มที่ไปตามเหตุและผลอันสมควร
ทางสายกลางจะนำไปสู่ความสำเร็จ
จงดำเนินชีวิตไปด้วยสติและปัญญา

บทที่ ๑๘๗

Thu, 2010-03-04 08:18

อย่าให้คะแนนในสิ่งใดว่าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
ประสาทสัมผัสของมนุษย์นั้นอ่อนด้อยนัก
ความลำเอียงเข้าข้างตัวเองหรือเพราะสิ่งรักสิ่งเกลียดก็มีบ้าง
กระดาษห่อที่ทำให้ไม่อาจเห็นเนื้อในก็ด้วย
สิ่งเหล่านี้ทำให้การรับรู้ยังไม่แน่นอน
นอกจากนั้นสิ่งทั้งหลายยังไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงได้
ที่เคยดีก็เสียได้
ที่เคยเสียอาจได้รับการแก้ไขไปแล้ว
บัณฑิตรู้ความไม่เที่ยงของสิ่งทั้งหลายดังนี้
จึงเปิดช่อง "ไม่แน่" ไว้ให้ปัญญาด้วย
ที่ว่าแน่ ๆ อาจพลาดได้
แม้ตั้งทัพอยู่ในที่มั่นคงที่สุดแล้วก็จงอย่าปิดทางถอย
คนฉลาดจะเตรียมช่องทางไว้เผื่อความพลาดพลั้งที่คาดไม่ถึง
ไม่มีอะไรแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

บทที่ ๑๘๖

Wed, 2010-03-03 08:16

อย่ามองโลกอย่างสุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง
สิ่งทั้งหลายเปลี่ยนแปลง
เรื่องราวทั้งหลายพลิกแพลงไปได้
สิ่งทั้งปวงเมื่อขึ้นสูงสุดจะต้องลง
เมื่อลงถึงที่สุดจะขึ้น
ขึ้นไปก็เพื่อจะลง ลงไปก็เพื่อจะขึ้น
ร้อนเพื่อจะเย็น เย็นเพื่อจะร้อน
ในที่เย็นจะมีร้อน ในที่ร้อนจะมีเย็น
ตะวันขึ้นสูงสุดจะต่ำลง
มืดถึงที่สุดอรุณจะฉายแสง
สิ่งทั้งปวงเมื่อมองด้วยปัญญาจะเห็นเป็นเพียงมายาภาพ
อย่าไปยึดสิ่งใดเป็นจริงเป็นจัง
สิ่งใดๆก็ไม่เที่ยงแท้
แปรปรวนเปลี่ยนแปรได้ตลอด

บทที่ ๑๘๕

Tue, 2010-03-02 07:59

อย่าไปสนใจว่าเดินมาถึงไหนแล้ว
จงสนใจว่าเดินไปในทิศทางขึ้นหรือทิศทางลง
มีแต่ความเพียรพยายามอย่างเดียวไม่ได้
จะต้องมีสัมมาทิฏฐิคือความเห็นชอบด้วย
เพราะว่าสัมมาทิฏฐิคือตัวนำส่งไปสู่ทิศทางขึ้น
จงรักษาตนให้อยู่ในทิศทางขึ้น
แม้จะต้องฝ่าฝืนสันดานเดิมอย่างยากลำบาก
เมื่อเดินขึ้นสู่ที่สูงจะต้องลำบากเป็นธรรมดา
แต่จะให้ผลอย่างคุ้มค่า
ลงที่ต่ำง่ายสบายก็จริงอยู่
บัณฑิตทั้งหลายหายินดีไม่
อดทนอดกลั้นในทางขึ้นดีกว่าเบาสบายในทางลง
ค่าของคนอยู่ที่การพัฒนาตน
เหนื่อยนักก็พักหน่อย
แต่อย่าเลิกล้ม

บทที่ ๑๘๔

Mon, 2010-03-01 08:06

ท่านผู้เป็นมหาบุรุษ
เมื่อกินอิ่มจะเป็นห่วงคนหิวโหย
ในยามลมหนาวจะเป็นห่วงผู้ไร้ผ้าห่ม
ท่านผู้เป็นมหาบุรุษย่อมมีจิตเมตตาหาประมาณมิได้
เมตตาผู้อื่นเท่ากับเมตตาตนเอง
เมตตาบุตรผู้อื่นเท่ากับเมตตาบุตรตนเอง
สามารถสละความสุขของตนได้เพื่อประโยชน์สุขของมวลชน
สามารถทนทุกข์ยากลำบากเข็ญแต่มิต้องการเบียดเบียนผู้ใด
ยินดีในการให้มากกว่าการครอบครอง
ยินดีในการสละมากกว่าการหวงแหน
ในใจของคนทุกคนก็มีท่านผู้เป็นมหาบุรุษแทรกอยู่
เพียงรอคอยวันเปิดประตูใจเชิญท่านออกมาเท่านั้น
คนธรรมดาอย่างเราก็ออกมาทำความดีที่ยิ่งใหญ่ได้

บทที่ ๑๘๓

Sat, 2010-02-27 08:09

ท่านผู้ใจสูงในโลกนี้จะสร้างประโยชน์ใหญ่แต่ใช้ชีวิตเรียบง่าย
เมื่อคิดจะช่วยเหลือส่วนรวมก็ยิ่งไม่อยากล่วงเกินผู้อื่น
เมื่อคิดจะให้ก็ยิ่งไม่อยากเอาเปรียบใคร
เมื่อคิดจะช่วยเหลือคนก็ยิ่งไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะตัวเอง
เมื่อเมตตายิ่งใหญ่จึงขวนขวายมอบสิ่งที่ตัวเองมีให้แก่โลก
โดยพยายามเรียกร้องทวงคืนให้น้อยที่สุด
เมื่อยิ่งให้ก็ยิ่งอยากสละ
เห็นรอยยิ้มคนอื่นแล้วปลื้มใจยิ่งนัก
เมื่อได้ช่วยใครก็ไม่คิดทวงบุญคุณ
ยิ่งใจสูงก็ยิ่งถ่อมตน
มีอะไรก็อยากจะให้ออกไปอย่างเดียว
สร้างประโยชน์ยิ่งใหญ่แก่มวลชน
แต่ใช้ชีวิตเรียบง่าย

บทที่ ๑๘๒

Fri, 2010-02-26 08:48

ทุกครั้งที่เราทรยศคดโกง
จิตวิญญาณของเราจะซึมซับความเจ็บปวดเดือดร้อน
เพียงแต่ว่าบุคคลผู้นั้นไม่รู้สึกตัว
เมื่อบุคคลรับสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย
บุคคลผู้นั้นมิได้ทราบเลย
แต่ร่างกายกำลังดำเนินไปสู่ความเดือดร้อน
จิตวิญญาณของคนทุกคนโหยหาคุณงามความดี
แต่คนบางคนไม่มีปัญญาล่วงรู้
จึงทำแต่ความชั่วอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
จิตวิญญาณของเขาย่อมเสื่อมคุณภาพลงทุกที
อบายภูมิคือจุดหมายของจิตวิญญาณที่เสื่อมคุณภาพ
จงรู้สำนึกก่อนที่จะสายเกินไป

บทที่ ๑๘๑

Thu, 2010-02-25 08:12

วันเวลาที่ผ่านมาของคนย่อมนำมาซึ่งประสบการณ์
จงสร้างสมประสบการณ์ด้วยอุดมการณ์แห่งความซื่อตรง
ใจคดย่อมจะนำไปสู่ประสบการณ์คด
ประสบการณ์คดย่อมนำไปสู่ชีวิตที่คด
มีชีวิตเสพสุขไปวันๆแต่หาความภาคภูมิใจไม่ได้
ชีวิตจะมีประโยชน์อะไร?
ถ้าระลึกถึงชีวิตตนเองแล้วต้องละอายแก่ใจทุกครั้ง
สมบัติที่คดโกงมาจะช่วยอะไรได้
ความซื่อสัตย์ซื่อตรงจะสร้างความภาคภูมิใจให้ตนเองได้
ถึงไม่มีใครเคารพ ยังสามารถไหว้ตัวเองได้สนิทใจ

บทที่ ๑๘๐

Wed, 2010-02-24 09:50

การสร้างกุศลนั้นให้ตั้งใจกระทำเพื่อพัฒนาจิต
อย่าทำกุศลเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศ
อย่าทำกุศลเพื่อเอาหน้าเอาตา
ทำความดีให้บริสุทธิ์
จงมีศรัทธาในความดีแล้วทำไป
ทำความดีเพื่อความดี
เพราะว่าความดีนั้นสูงค่ายิ่งแล้ว
จะทำความดีเพื่อไปแลกของที่มีราคาต่ำกว่ากระนั้นหรือ
จงศรัทธาในความดี
แล้วความดีจะอุ้มชูเราอย่างอัศจรรย์
ธรรมะย่อมคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรม
ขอเพียงแต่ว่าทำให้จริง
ทำจริงได้ของจริง
ทำเล่นได้ของเล่น
ธรรมะของพระพุทธเจ้าสามารถท้าพิสูจน์ได้ทุกกาลสมัย
ขอเพียงให้เรามีศรัทธาจริงแล้วทำให้จริง
ประพฤติธรรมเพื่อธรรมอย่าเพื่ออย่างอื่น

บทที่ ๑๗๙

Tue, 2010-02-23 08:01

อย่าไปกลัวผีที่ไหน
ผีที่ร้ายที่สุดอยู่ที่ใจเราชั่ว
เมื่อใจเราชั่วจะกลายเป็นผีร้ายเสียเอง
ต้องไปสู่อบายภูมิอันเป็นแหล่งรวมจิตวิญญาณชั้นต่ำ
ไม่มีใครสามารถทำให้เราลงสู่ที่ต่ำได้เท่ากับใจเราชั่ว
คนไร้ค่าจะกลัวแต่สิ่งเลวร้ายภายนอกไม่กลัวความชั่วในใจตน
เหมือนกับกลัวแดดร้อนภายนอกเลยเข้าไปหลบในบ้านที่ไฟไหม้
ถ้าบ้านไฟไหม้จะเดือดร้อนยิ่งกว่าโดนแดดเผา
ถ้าใจเราเลวก็เสียทุกอย่าง
ถ้าใจเราชั่วก็หาที่พึ่งอื่นไม่ได้
จงละอายต่อบาปในใจตน จงเกรงกลัวต่อบาปในใจตน
พึงมีศรัทธายิ่งยวดในการละชั่วประพฤติดี
ถ้าจิตเราดีชื่อว่าทำลายผีตัวใหญ่ไปเสียได้
เมื่อจิตเราดีก็คือการทำลายขุมนรกเสียสิ้น

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๗๘

Mon, 2010-02-22 07:45

ชีวิตย่อมมีขึ้นมีลง ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน
สมบูรณ์พูนสุขอาจไม่อยู่ตลอด ความตกต่ำอาจมาเยือน
เวลาได้ดีมีสุขอย่าหลงระเริงลืมตน
อย่าคิดแต่จะตอบสนองความต้องการของตนฝ่ายเดียว
เมื่อเราได้ดีแล้วจงเปิดทางรอดให้คนอื่นบ้าง
จะทำให้เราไม่เจอทางตัน
เมื่อเราเป็นสุขแล้วจงช่วยให้คนอื่นพ้นทุกข์บ้าง
จะทำให้เราไม่เจอทางตกต่ำ
เมื่อเราอิ่มแล้วจงช่วยให้คนอื่นพ้นจากความหิวโหยบ้าง
จะทำให้เราไม่เจอความตกอับ
คนเรานั้นถ้าทำอะไรออกไป ก็จะได้กลับคืนมาอย่างนั้น
ถ้าเราใจดำกับผู้อื่น เขาก็จะใจดำกับเรา
ถ้าเราใจดีกับผู้อื่น เขาก็จะใจดีกับเรา
จงเมตตาต่อผู้อื่นบ้าง อย่าสนใจแต่ความต้องการของตนเอง

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๗๗

Sat, 2010-02-20 08:27

ความเห็นผิดนั้นมีโทษภัยใหญ่หลวงนัก
ทำให้หลุดคลาดไปจากทางเจริญ
ทำให้ต้องหลงไปสู่เส้นทางหายนะ
นำไปสู่ทิศทางลงเหว
เดินไปเส้นทางทุกข์โดยเข้าใจว่าเป็นสุข
ทำให้ต้องจับมีดทางคม
ถูกหลอกให้เอามือจับถ่านไฟ
ความเห็นผิดนั้นมีโทษภัยใหญ่หลวงนัก
ท่านผู้เป็นบัณฑิตพึงสมาทานสัมมาทิฏฐิให้มั่นคง
พร้อมทั้งเผยแพร่สัมมาทิฏฐิให้มั่นคงแพร่ขยายในโลก
ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคลังของสัมมาทิฏฐิ
บัณฑิตย่อมมีศรัทธาในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างมั่นคง
พยายามเกื้อหนุนให้พระธรรมแพร่ขยายตั้งมั่นมั่นคงในโลก
เพื่อประโยชน์อันสูงสุดแก่ตนและผู้อื่น
เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของโลกธาตุ

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๗๖

Fri, 2010-02-19 07:53

คนทั้งหลายชอบลืมคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ผู้นั้นคอยช่วยเราทุกเรื่องเราจึงไม่ใส่ใจ
เราคิดแต่จะเอาใจคนอื่นไม่เคยสนใจคนที่เป็นห่วงเราตลอด
เขาช่วยเราด้วยน้ำใจรักอันบริสุทธิ์เราเลยเห็นเขาเป็นของตาย
ของตายที่เราไม่ต้องสนใจใส่ใจเลยก็ได้
บุคคลผู้หนึ่งคิดจะปลูกต้นไม้
ขวนขวายแต่การบำรุงกิ่งใบไม่เคยสนใจบำรุงราก
บุคคลผู้นี้คือคนโง่เขลาเบาปัญญา
คนโง่จะไม่สนใจบำรุงคนที่เป็นต้นเหตุแห่งความเจริญ
คิดแต่จะเอาอกเอาใจคนอื่นโดยไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของบุพการี
คนอกตัญญูในโลกนี้เป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น
ปลูกต้นไม้แต่ไม่เคยใส่ใจบำรุงราก
คนกตัญญูย่อมใส่ใจเอื้อเฟื้อบำรุงบุพการี

อ่านเพิ่มเติม

บทที่ ๑๗๕

Thu, 2010-02-18 09:31

เมื่อได้ผลประโยชน์อะไรแล้วหวงแหนเอาไว้เฉพาะตัว
ไม่รู้จักขวนขวายเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน
ผู้นั้นกำลังสร้างศัตรูแวดล้อมอยู่รอบตัว
กำลังพัฒนาสาเหตุของความตกอับให้เกิดขึ้น
เมื่อรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะมีมิตรอยู่รอบตัว
สมบัติทั้งหลายเป็นของคู่โลก
เราเกิดก็ไม่ได้เอามา เราตายก็ไม่ได้เอาไป
รู้จักใช้สมบัติของโลกเพื่อสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น
เป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลประโยชน์คุ้มค่า
สมบัติของผู้ตระหนี่กลายเป็นของไร้ค่า
หวงแหนเอาไว้ก็ไม่สามารถนำเข้าโลงไปด้วย
เกื้อกูลผู้อื่นบ้าง ใจจะเกิดสุข
รู้จักแต่หวงแหนตระหนี่ จะมีแต่ความทุกข์