มาหักดิบกันเถิด

 

สมัยเด็ก ๆ ตอนได้อ่านพุทธประวัติ รู้สึกขัดใจตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะตัดสินใจออกบรรพชา ในใจคิดว่าพระองค์น่าจะอยู่ในวังแบบมีความสุขมากกว่า

ตอนที่เริ่มแก่ เมื่อได้หวนมานึกถึงพระประวัติตอนนี้อีกที กลับคิดว่าถ้าพระองค์ตัดสินใจอยู่ในวังต่อไป พวกเราคงไม่ได้มีชีวิตที่สงบสุขแบบนี้ ตราบจนปัจจุบันคงไม่มีพระอรหันต์เกิดขึ้นมากมายเหมือนแบบนี้ ศาสนาพุทธก็คงไม่เกิดขึ้น เจ้าชายสิทธัตถะคงกลายเป็นพระเจ้าสิทธัตถะ แล้วก็สวรรคตไปแบบไม่มีประวัติหลงเหลือให้เราได้ศึกษา

เมื่อลองตรองลึกลงไปอีกที ได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าของเราเป็นพระพุทธเจ้าประเภทปัญญาธิกะพุทธเจ้า ข้อดีคือสามารถบำเพ็ญบารมีได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือชีวิตของพระองค์ต้องเต็มไปด้วยความไม่สมหวังต่าง ๆ เพื่อที่จะต้องทรงใช้พระปัญญาขนาดหนักในการตัดสินพระทัย เพื่อเข้าสู่การบรรลุพระโพธิญาณ

พวกเราทั้งหลายที่เป็นบริวารของพระองค์ ก็ควรบำเพ็ญบารมีตามแบบอย่างพระองค์ คือการตัดสินใจที่ห้าวหาญในการนำพาชีวิตไปสู่ความสงบสุข ซึ่งหลายครั้ง ต้องใช้อาการที่เรียกว่า "หักดิบ" ในเรื่องความไม่ดี และมาส่งเสริมในเรื่องความดี

ปีใหม่นี้จึงเชิญชวนว่า "มาหักดิบกันเถิด"