ธรรมะ: ปกิณกะ

 
  • เรามากำหนดหยั่งรู้ในสภาวธรรมแล้วก็ปล่อยวางขณะหนึ่ง ๆ น่ะ การปล่อยวางต้องปล่อยอย่างมีสติ สตินี่ละไม่ได้ ถ้าทิ้งสติแล้วปล่อยไม่ได้ ตัดอารมณ์ไม่ได้
  • เหมือนกับตัดเชือกน่ะ เอาเชือกวางบนดิน เราเอามีดสับปุ๊ป เชือกมันไม่ขาด ให้เอาไม้มารองสักแผ่นนึง ตัดแล้วมันขาด ฉันใดก็ฉันนั้น สติมันต้องอยู่ตามฐาน
  • เพราะว่ามันรู้แล้วมันละได้ มันเห็นแจ้ง เพราะว่าโพชฌงค์องค์มรรคมันถึงพร้อม สติ ธัมมวิจยะ วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ อุเบกขา มันพร้อม โพชฌงค์นี่เป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ ถ้าไม่ขึ้นต้นด้วยสติ มีแต่ธัมมวิจยะนี่มันไม่ลงเอยด้วยการรู้แจ้งเห็นจริงเลย คือรู้ธรรมะอย่างเดียวไม่ได้เจริญสติปัฏฐานนี่มันรู้ไปอย่างนั้นแหละ มันรู้ไม่แจ้ง ไม่ได้รู้ละ มันละอารมณ์ไม่ได้ รู็ไปก็เท่านั้นแหละ รู้มากก็กลุ้มมากอีก ถ้ากำหนดสตินี่มันรู้ไปละไป รู้ไปละไป
  • รักตัวเองเร่งประพฤติธรรมดีกว่า รักตัวเองดีกว่า เราปฏิบัติของเราดีกว่า คนอื่นก็เรื่องของเขา ปฏิบัติของเราดีกว่า ดับทุกข์ให้เราดีกว่า ดับไฟให้เราดีกว่า ถ้าเราดับทุกข์ของเราได้แล้วถึงจะไปช่วยดับทุกข์ให้คนอื่นได้ ถ้าเราดับทุกข์ในใจเราได้น่ะ พูดออกมามันก็เป็นธรรมะออกมา ถ้าเราดับทุกข์ในใจเราไม่ได้ พูดออกมามันก็มีแต่กิเลส ไปสอนเขาก็ไม่ช่วยให้เขาดับทุกข์ได้ ฉะนั้นเราดับทุกข์ของเราก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งไปห่วงใคร